
<h3>ประวัติพระนเรศวรมหาราช</h3>
<p>พระนเรศวรมหาราช มีพระนามเดิมว่าพระองค์ดำ พระราชสมภพเมื่อ พ.ศ.2098 ที่เมืองพิษณุโลกทรงมีพระเชษฐภคิณีคือพระสุพรรณกัลยาทรงมีพระอนุชาคือสมเด็จพระเอกาทศรถ(องค์ขาว) และทรงเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย ซึ่งพระองค์ดำ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ )</p>
<p>สมเด็จพระนเรศวร ราชาธิราช เสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ.2133 ขณะพระชนมพรรษา 35 พรรษา ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่ 18 แห่งกรุงศรีอยุธยา รวมสิริดำรงราชสมบัติ 15 ปี ทรงราชการสงคราม เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญและยิ่งใหญ่ ซึ่งพระองค์ได้กอบกู้อิสรภาพไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล นับตั้งแต่ประเทศพม่าตอนใต้ทั้งหมด พระองค์ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจ เป็นคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองด้วยการทรงอุทิศพระวรกายทำราชการสงครามเกือบตลอดรัชสมัย อริราชศัตรูเกิดความยำเกรงในอำนาจ ส่งผลให้แผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขว่างจากการศึกสงคราม เป็นเวลาถึง 100 ปีเศษ</p>
<p>เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วได้ทำราชการสงครามเพื่อป้องกันพระราชอาณาเขต และทรงออกรบมาโดยตลอด จนกระทั่งก่อนที่พระองค์จะสิ้นพระชนม์ พ.ศ.2147 สงครามอังวะ เมืองอังวะบุกรุกเข้ามายังเมืองนายและเมืองแสนหวี ได้เสด็จกรีธาทัพพร้อมสมเด็จพระเอกาทศรถขึ้นไปยังเมืองเชียงใหม่ โดยให้ สมเด็จพระเอกาทศรถยกทัพไปทางเมืองฝาง ส่วนพระองค์ยกทัพไปทางเมืองหาง ขณะประทับแรมที่ทุ่งแก้ว เกิดประชวรเป็นหัวละลอก (ฝี) ขึ้นที่พระพักตร์จนเป็นพิษ และทำให้เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2148 ขณะพระชนมพรรษา 50 พรรษา</p>
<p>แผ่นดินไทยได้รอดพ้นจากอริราชศัตรู ดำรงความเป็นชาติเอกราชก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชรักษาชาติบ้านเมืองมาตราบจนทุกวันนี้</p>
<div class="code-block code-block-4">
<div id="ADOPHYBRID_radio.bectero_r_vdohybrid_content_300x250"></div>
</div>
<p> </p>
<h2>วันสมเด็จพระนเรศวร</h2>
<p>สมเด็จพระนเรศวรก็เสด็จสวรรคต เมื่อวันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่ 25 เมษายน พ.ศ.2148 สิริพระชนมพรรษา 49 พรรษาเศษ สิริดำรงราชสมบัติ 14 ปีเศษสมเด็จพระเอกาทศรถจึงได้อัญเชิญพระบรมศพสมเด็จพระนเรศวรกลับกรุงศรีอยุธยา ซึ่งแผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขว่างจากการศึกสงคราม เป็นเวลาถึง 100 ปีเศษ ซึ่งที่ผ่านมาสมเด็จพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระราชกรณียกิจ เป็นคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองด้วยการทรงอุทิศพระวรกายทำราชการสงครามเกือบตลอดรัชสมัย ซึ่งพระบรมเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์นั้นแผ่ไพศาล ทำให้อริราชศัตรูเกิดความยำเกรงในอำนาจ</p>
<div class="code-block code-block-5">
<div class="ads -yengo">
<div id="2db1a607259525"></div>
</div>
</div>
<p>ซึ่งก่อนหน้าที่สมเด็จพระนเรศวรจะสวรรคต สมเด็จพระนเรศวร กับสมเด็จพระเอกาทศรถ เสด็จยกกองทัพออกจากพระนคร เมื่อวันพฤหัสบดี แรม 8 ค่ำ เดือนยี่ ปีมะโรง พ.ศ.2148 เสด็จโดยกระบวนเรือ แล้วยกกองทัพบกไปทางเมืองกำแพงเพชรสู่เมืองเชียงใหม่ ครั้นเสด็จถึงเมืองเชียงใหม่ก็หยุดพักจัดกระบวนทัพอยู่หนึ่งเดือน แล้วให้กองทัพสมเด็จพระเอกาทศรถยกไปทางเมืองฝาง ส่วนกองทัพหลวงยกไปทางเมืองหางทรงตั้งค่ายหลวงประทับอยู่ที่ทุ่งแก้ว ต่อมาสมเด็จพระนเรศวรทรงพระประชวรเป็นหัวระลอก (ฝี) ขึ้นที่พระพักตร์ แล้วกลายเป็นบาดทะพิษพระอาการหนัก จึงโปรดให้ข้าหลวงรีบไปเชิญเสด็จสมเด็จพระเอกาทศรถมาเฝ้า สมเด็จพระเอกาทศรถเสด็จฯ มาถึงได้ 3 วัน สมเด็จพระนเรศวรก็เสด็จสวรรคต</p>
<h2>กิจกรรมวันสมเด็จพระนเรศวร</h2>
<p>ในทุก ๆปี วันที่<span> </span><a href="https://th.wikipedia.org/wiki/25_%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99">25 เมษายน</a><span> </span>เป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระองค์ที่ทรงทำคุณประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง ชาวไทยต่างน้อมใจกันร่วมถายสักการะและความจงรักภักดีด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ</p>
<ul>
<li>พิธีวางพวงมาลา<br />เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แห่งองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จึงจัดให้มีพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมสาทิสลักษณ์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยให้ประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์หรือพระบรมราชานุสรณ์ หากจังหวัดใดไม่มีพระบรมราชานุสาวรีย์ หรือพระบรมราชานุสรณ์ ให้อัญเชิญพระบรมรูปปั้นหรือพระบรมฉายาลักษณ์ หรือพระบรมสาทิสลักษณ์ขึ้นประดิษฐาน ณ สถานที่อันสมควรเพื่อให้ผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัด สามารถถวายสักการะได้อย่างสมพระเกียรติ และไม่ถือเป็นวันหยุด ราชการ</li>
<li>ทำบุญตักบาตร<br />ในวัน แม้จะไม่ตรงกับวันพระ ทำให้ชาวไทยทุกคนได้มีโอกาสทำบุญ ตักบาตร เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศล และเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งตามหน่วยงานราชการต่างๆ อาจจะจัดให้มีพิธีสงฆ์หรือการทำบุญ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมนี้</li>
<li>จัดนิทรรศการ<br />นอกจากนี้ ตามสถานศึกษา หรือหน่วยงานราชการ จะมีการจัดบอร์ด หรือจัดนิทรรศการวิชาการเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและเผยแพร่เกี่ยวกับพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช อันเป็นการประกาศเกียรติคุณให้ไพศาลสืบไป<br /><br />ขอขอบคุณข้อมูลจาก bright-news</li>
</ul>